ป้องกันการรั่วซึม (Leakage Prevention)
ระบบป้องกันการรั่วซึมด้วยวัสดุ Geosynthetic สำหรับงานกักเก็บน้ำและงานสิ่งแวดล้อม
การรั่วซึมเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของ บ่อเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำ บ่อบำบัดน้ำเสีย พื้นที่กักเก็บของเหลว และงานสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจทำให้สูญเสียน้ำหรือของเหลว รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของดินและน้ำใต้ดินในบางประเภทโครงการ
วัสดุ Geosynthetic สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันการรั่วซึม โดยทำหน้าที่เป็นชั้นกั้น (Barrier) เพื่อลดการเคลื่อนผ่านของของเหลวเข้าสู่ชั้นดินโดยรอบ
การเลือกวัสดุและระบบที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก ประเภทของของเหลว สภาพพื้นที่ ชั้นดิน แรงกระทำ อายุการใช้งาน และข้อกำหนดทางวิศวกรรมของแต่ละโครงการ
ปัญหาที่มักพบในงานป้องกันการรั่วซึม
บ่อหรือพื้นที่กักเก็บที่สร้างบนดินซึ่งมีความสามารถในการซึมน้ำสูง อาจเกิดการสูญเสียน้ำลงสู่ชั้นดิน ทำให้ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำลดลง
สำหรับบ่อบำบัดน้ำเสีย พื้นที่ฝังกลบ หรือพื้นที่กักเก็บของเหลวบางประเภท การรั่วซึมอาจส่งผลกระทบต่อดินและน้ำใต้ดิน จึงต้องออกแบบระบบ Barrier ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของโครงการ
พื้นดินที่มีการทรุดตัวหรือมีวัสดุแหลมคมอาจสร้างความเสียหายให้กับวัสดุป้องกันการรั่วซึมได้ จึงต้องเตรียมพื้นผิวและพิจารณาชั้นป้องกันให้เหมาะสม
แสง UV อุณหภูมิ สารเคมี และสภาพการใช้งานสามารถส่งผลต่อวัสดุได้ การเลือก Geomembrane จึงควรพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของโครงการ
Geosynthetic ช่วยป้องกันการรั่วซึมอย่างไร?
ระบบป้องกันการรั่วซึมไม่ได้พิจารณาเฉพาะแผ่นกันซึมเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองเป็น ระบบหลายชั้นที่วัสดุแต่ละประเภททำหน้าที่แตกต่างกัน
วัสดุ Geosynthetic สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น
Barrier
สร้างชั้นกั้นเพื่อลดการเคลื่อนผ่านของของเหลวเข้าสู่ชั้นดิน
วัสดุที่เกี่ยวข้อง: Geomembrane, GCL
Protection
ช่วยปกป้องชั้น Geomembrane จากความเสียหายที่อาจเกิดจากพื้นรองรับ วัสดุถม หรือแรงกระทำระหว่างการติดตั้งและใช้งาน
วัสดุที่เกี่ยวข้อง: Geotextile
Drainage
ช่วยจัดการน้ำหรือของเหลวภายในระบบตามรูปแบบที่วิศวกรออกแบบ
วัสดุที่เกี่ยวข้อง: Geotextile
Separation & Filtration
ช่วยแยกชั้นวัสดุและกรองเม็ดดิน เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบระบายน้ำ
วัสดุที่เกี่ยวข้อง: Geotextile
บ่อเก็บน้ำและอ่างเก็บน้ำ
ช่วยลดการสูญเสียน้ำจากการซึมผ่านลงสู่ชั้นดิน
Landfill และงานสิ่งแวดล้อม
สามารถใช้ Geomembrane และ GCL เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Liner ที่ได้รับการออกแบบเพื่อควบคุมการเคลื่อนผ่านของของเหลว
บ่อเพื่อการเกษตรและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ใช้เป็นชั้นกั้นระหว่างน้ำกับพื้นดินตามความเหมาะสมของโครงการ
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการป้องกันการรั่วซึม
Geomembrane คืออะไร และช่วยป้องกันการรั่วซึมอย่างไร?
Geomembrane เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีค่าการซึมผ่านต่ำ ใช้เป็นชั้น Barrier ในระบบกักเก็บหรือควบคุมของเหลว โดยชนิด ความหนา และคุณสมบัติของวัสดุต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
HDPE Geomembrane เหมาะกับงานประเภทใด?
HDPE Geomembrane ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในงานกักเก็บน้ำ งานบำบัดน้ำเสีย Landfill และงานสิ่งแวดล้อมหลายประเภท เนื่องจากมีคุณสมบัติด้านความทนทานและความต้านทานต่อสารเคมีหลายชนิด ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อกำหนดของโครงการประกอบ
Geomembrane กับ GCL ต่างกันอย่างไร?
Geomembrane เป็นแผ่นสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็น Barrier ขณะที่ GCL (Geosynthetic Clay Liner) ประกอบด้วยชั้นดินเบนโทไนต์ร่วมกับวัสดุ Geosynthetic เพื่อสร้างชั้นที่มีการซึมผ่านต่ำ
ทำไมต้องใช้ Geotextile ร่วมกับ Geomembrane?
Geotextile สามารถใช้เป็นชั้นป้องกัน (Protection Layer) เพื่อลดความเสี่ยงที่ Geomembrane จะได้รับความเสียหายจากวัสดุรองพื้น หิน หรือวัสดุถม ทั้งนี้ต้องเลือกคุณสมบัติให้เหมาะกับแรงกระทำของโครงการ
Geomembrane กับ GCL ต่างกันอย่างไร?
Geomembrane เป็นแผ่นสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็น Barrier ขณะที่ GCL (Geosynthetic Clay Liner) ประกอบด้วยชั้นดินเบนโทไนต์ร่วมกับวัสดุ Geosynthetic เพื่อสร้างชั้นที่มีการซึมผ่านต่ำ
ทำไมต้องใช้ Geotextile ร่วมกับ Geomembrane?
Geotextile สามารถใช้เป็นชั้นป้องกัน (Protection Layer) เพื่อลดความเสี่ยงที่ Geomembrane จะได้รับความเสียหายจากวัสดุรองพื้น หิน หรือวัสดุถม ทั้งนี้ต้องเลือกคุณสมบัติให้เหมาะกับแรงกระทำของโครงการ
THAI KN Solution
ระบบป้องกันการรั่วซึมต้องออกแบบเป็น “System” ไม่ใช่เลือกเพียงแผ่นกันซึม
การเลือกวัสดุที่เหมาะสมควรเริ่มจากการพิจารณาว่า ต้องกักเก็บอะไร พื้นที่มีสภาพอย่างไร และระบบต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง
Water Containment
วัสดุที่เกี่ยวข้อง: GEOMEMBRANE
Composite Liner System
วัสดุที่เกี่ยวข้อง: GEOMEMEBRANE, GCL
Membrane Protection
วัสดุที่เกี่ยวข้อง: GEOTEXTILE